ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี
อาหารทั่วไป อาหารไทย

มาฝึกทำ ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี แสนอร่อยกันเถอะทำได้ง่าย ๆ ไม่ยากอย่างที่คิด

ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี เรียกได้ว่าเป็นเมนูพื้นบ้านที่ใครๆก็ชอบค่ะ โดยเฉพาะทำให้เด็กๆทาน หรือผู้สูงอายุ เพราะมันทานง่ายย่อยง่ายด้วย ราคาในการทำก็ไม่แพงเลยค่ะ วันนี้เรามีขั้นตอนการทำมาแนะนำ ทุกคนค่ะ เพราะบางคนอาจชอบทำทานเองมากกว่าที่จะซื้อมาทาน เราตามมาดูกันเลยนะคะ

ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี

เมนูที่มากไปด้วยคุณค่าทางอาหาร แถมยังราคาประหยัด ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี

ส่วนผสมในการทำไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี

ในด้านของส่วนผสมนั้นก็มีไม่มากอะไร ดังนี้ แครอทหั่นลูกเต๋านะคะ ตามมาด้วยกะหล่ำปลี น้ำซุป ไข่ไก่หรือไข่เป็ดได้หมด ซีอิ๊วขาว น้ำปลา พริกไทยป่น และต้นหอมซอยเป็นลำดับสุดท้ายค่ะ โดยส่วนผสมทั้งหมด มีขายตามท้องตลาดทั่วๆไป เพื่อนๆสามารถหาซื้อได้ง่ายๆเลยนะคะ ประมาณนี้ค่ะ

ส่วนผสมในการทำ ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี

ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลีกับขั้นตอนการทำที่ไม่ยาก

มาถึงขั้นตอนในการทำกันดีกว่าค่ะ เริ่มจากเอากะหล่ำปลีมาแหวกให้ช่องตรงกลางว่างไว้ เพื่อเตรียมใส่ไข่ค่ะ ในการเลือกกะหล่ำปลี ต้องเลือกแบบแน่นๆนะคะจะดีกว่าค่ะ ต่อมาทำการตัดก้านออก และเจาะตรงโคน ตีไข่ใส่ชามตีให้ฟู ใส่น้ำปลา ใส่น้ำซุป และซีอิ๊วขาว ตามมาด้วยพริกไทย ตีให้เข้ากัน ใส่แครอทลงไป แล้วทำการเอาไปหยอดใส่กะหล่ำปลีที่เจาะไว้ แล้วนำไปนึ่งให้สุก ใช้ช้อนจิ้มดูไข่จะไม่ไหลออกมาคือสุก ยกลงใช้หอมซอยโรยหน้า ทานได้ค่ะ

มาฝึกทำ ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี แสนอร่อยกันเถอะ

ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลีทำทานเองที่บ้านราคาพอเพียง

ต้นทุนในการทำเมนูนี้ เรียกได้ว่าไม่มากอะไร ประมาณ 100 บาท จึงสามารถทำทานได้เองที่บ้าน เพราะมันคุ้มมากๆ อีกอย่างก็ทานได้หลายครั้งด้วย เหมาะกับคนที่สะดวกทำ และต้องมีเวลาด้วยนั่นเอง เรียกได้ว่าอยู่แบบพอเพียงค่ะ เพราะทุนในการทำนั้นถูกมาก แถมทานได้ทั้งบ้าน คุ้มค่าสุดๆค่ะ

สรุปเลยว่าอาหารเมนูนี้ ก็เหมาะที่จะทำทานเองที่บ้าน เหมาะสำหรับแม่บ้าน ที่ต้องทำอาหารทานกันเองอยู่แล้วในทุกๆวัน เพราะมันประหยัด ยิ่งคนในบ้านมีหลายคนด้วยแล้ว เรียกว่าคุ้มจริงๆค่ะ เพื่อนๆไปลองทำทานกันดูนะคะ

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารแสนอร่อยและเมนูน่าทาน อย่าลืมกดติดตาม แนะนำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ  และเคล็ดดี ๆ ของการทำอาหาร มากิน ข้าวไข่เจียว แสนถูกยุค 2020 กันเถอะ!! ทั้งอิ่ม ราคาจับต้องได้ และมีคุณประโยชน์

ถ้าหากว่างจากการทานเมนูแสนอร่อย แอดขอแนะนำ  gclub5555 ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ ช่วยผ่อนคลายสมองในยุคโควิค

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู
อาหารทั่วไป

เมนูอาหารหาทานยากกับ แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู ใครได้ทานต้องติดใจ

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู เป็นเมนูที่ไม่ค่อยมีใครได้ทานสักเท่าไรนะคะ เพราะไม่ค่อยมีทำขายนั่นเอง ต้องสั่งทำเท่านั้นค่ะ บางคนอาจจะไม่เคยทานด้วยซ้ำ แต่ถ้าได้ทานรับรองว่าต้องติดใจในรสชาติอย่างแน่นอน อีกอย่างวันนี้เรามีวิธีการทำมาแนะนำกัน เพื่อที่ว่าบางคน ไม่เคยทานอยากจะลองทำทานดูก็ดีนะคะ ตามมาดูกันเลยค่ะ

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู

เคล็ดลับการทำ แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู แสนอร่อยได้แบบง่าย ๆ

วัตถุดิบในการทำแกงหัวปลีใส่กระดูกหมู

เราตามมาดูวัตถุดิบในการทำกันเลย ดังนี้ค่ะ หัวปลีหั่นชิ้นๆแล้ว ต้องแช่น้ำไว้ด้วยนะคะเพื่อป้องกันไม่ให้ดำค่ะ ชะอมโดยการรูดใบออกให้หมด ตามมาด้วยกระดูกส่วนใบพายหั่นเป็นชิ้นๆแล้ว พริกชี้ฟ้าแห้ง ทำการแช่น้ำจนนิ่ม กะปิ น้ำเปล่า ใบชะพลูหั่นเป็นเส้นๆแล้ว กระเทียมไทย หอมแดงซอย น้ำปลา เกลือป่นแบบหยาบ ตะไคร้ซอย และสุดท้ายพริกขี้หนูแห้งแช่น้ำให้นิ่ม ส่วนผสมมีประมาณนี้ เราหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปได้เลยนะคะ สัดส่วนก็กำหนดได้เอง ตามจำนวนคนที่ทานได้เลยค่ะ

การทำ แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมูกับวิธีการทำที่ควรรู้

มาถึงวิธีทำกันนะคะ เริ่มจากทำการโขลกพริกชี้ฟ้าแห้ง พริกขี้หนูแห้งก่อนเลย ไม่ต้องละเอียดมากนะคะแค่หยาบๆพอ จากนั้นก็ใส่ตะไคร้ กะปิ กระเทียม และหอมแดง ทำการโขลกรวมกันได้เลยค่ะ ต่อมาต้มน้ำเปล่า ใส่กระดูกหมู ใส่เกลือ จนเดือดเราก็ทำการตักฟองออกจนหมด เอาส่วนผสมที่โขลกไว้ลงไป ใช้ไฟอ่อน เคี่ยวจนกระดูกนิ่ม เอาหัวปลีมาใส่สุดท้าย ปรุงรสด้วยการใส่น้ำปลา คนจนเข้ากัน ใช้ไฟแรงขึ้น ใส่ใบชะพลู ใส่ชะอม คนจนเข้ากัน เป็นอันเสร็จพร้อมทานค่ะ

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมูกับวิธีการทำที่ควรรู้

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมูทำทานได้เองที่บ้านค่ะ

ถึงแม้ว่าส่วนผสมต่างๆจะดูมีมากมาย แต่ขั้นตอนการทำก็ไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไรนะคะ เพื่อนๆที่สนใจทำทานเองที่บ้าน ก็ค่อยๆฝึกทำไปค่ะ ทำจนชินมันก็จะอร่อยไปเอง เพราะเราทำเรื่อยๆ คนในบ้านก็จะทานแบบสบายๆ เพราะปริมาณมันเยอะ ทานได้บ่อยเท่าที่ต้องการ สิ่งนี้คือข้อดีของการทำอาหารทานเองนั่นเอง

แนะนำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ สรุปว่าไม่ว่าเราจะทำทานเอง หรือฝึกทำไว้เพราะอยากลองทานดูก็แล้วแต่ ขอบอกคำเดียวว่าอร่อยแน่นอน เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารทานเอง คนที่ชอบรสชาติแบบเผ็ดๆ เพราะมันออกแนวเผ็ดหน่อยนะคะ ลองฝึกทำดูค่ะ

เมนูแนะนำ แกงป่าเนื้อวัวใบยี่หร่า สูตรโบราณ ที่หาทานยาก ได้คุณค่าจากสมุนไพรแบบสุด ๆ

ถ้าหากว่างจากการทำเมนูอาหารแสนอร่อยแล้ว แอดขอแนะนำ  gclub1688 ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ คลายเคลียด

แกงหมูเทโพ
อาหารไทย เคล็ดลับการทำอาหาร

มาเรียนรู้การทำ แกงหมูเทโพ เลิศรสไว้ทานในวันหยุดกันเถอะ!!

แกงหมูเทโพ เรียกได้ว่าเป็นเมนูอาหารของบ้านเรา ที่แสนอร่อยค่ะ บอกได้เลยว่าถ้าใครได้ทานแล้วรับรองก็จะติดใจ เพราะว่ารสชาติที่กลมกล่อมพอดีในทุกอย่างนั่นเอง วันนี้เราจะมาทำการเรียนรู้ขั้นตอนในการทำ เมนูอาหารชนิดนี้กันเลยนะคะ ตามมาเลยค่ะ

แกงหมูเทโพ

เมนู แกงหมูเทโพ ทำทานเองแบบง่าย ๆ ใครได้ทานต้องติดใจแน่นอน

วัตถุดิบในการทำแกงหมูเทโพที่ควรรู้

มาถึงส่วนของวัตถุดิบที่เราจะเตรียมทำกันเลยนะคะ ดังนี้ค่ะ หมูสามชั้นที่เราหั่นไว้แล้ว น้ำพริกแกงคั่ว น้ำมันพืช น้ำปลา ตามมาด้วยหัวกะทิ น้ำตาลปี๊บ ผักบุ้งไทยหั่นชิ้นแล้ว กะทิเข้มข้นแบบปานกลาง น้ำมะขามเปียก สุดท้ายคือลูกมะกรูดที่ผ่าครึ่งแล้วเอาเม็ดออกด้วยนะคะ ส่วนประกอบในการทำก็จะมีประมาณนี้ หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วๆไปได้เลยค่ะ

แกงหมูเทโพ ทำทานเองแบบง่าย ๆ

ขั้นตอนการทำแกงหมูเทโพเลิศรส

เรามาเริ่มทำกันเลยดีกว่าค่ะ เริ่มจากใส่น้ำมันพืช และตั้งกระทะให้มันร้อน เราก็ใส่น้ำพริกแกงคั่วลงไปผัดจนหอม และทำการผัดให้แตกมัน ต่อมาใส่หมูสามชั้น ผัดจนเริ่มสุก ตักใส่หม้อที่มีกะทิ เอาไปตั้งไฟให้เดือด ทำการปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก ตั้งไฟจนกว่าหมูจะนุ่ม จากนั้นจึงใส่ ลูกมะกรูด ใส่ผักบุ้ง เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนทุกอย่างเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จัดเสิร์ฟได้ค่ะ

มาเรียนรู้การทำ แกงหมูเทโพ

แกงหมูเทโพสามารถทำทานที่บ้านได้แบบสบายๆ

เมนูอาหารชนิดนี้ทำได้ไม่ยาก เพียงเราดูสูตรตามที่มีการแนะนำไว้ได้ทุกช่องทาง เช่นยูทูปก็ได้ค่ะ เราสามารถทำทานได้เองที่บ้าน อีกอย่างก็สามารถปรุงได้ตามใจของเราอีกด้วย เพราะถ้าเราซื้อมาทานรสชาติอาจจะไม่ถูกใจเราก็ได้ แต่ถ้าเราทำทานเองรับรองต้องอร่อยชัวร์

ตั้งแต่กล่าวมาทั้งหมด เมนูอาหารชนิดนี้ เราทำทานเองได้ที่บ้าน เพราะการทำนั้นมันไม่ยาก เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในบ้านหลายคน เพราะถ้าทำทานเองจะทานได้หลายมื้อ เรียกว่าคุ้มสุดๆค่ะ ราคาต้นทุนในการทำ ก็ไม่มากอะไร เรียกว่าอร่อยถูกใจ ในราคาประหยัดอีกด้วยนั่นเอง

สามารถกดติดตาม เคล็ดลับการทำอาหารแสนอร่อยกับเราได้ทีนี่ อาหารเด็ด เมนูแนะนำ สูตรแกงกะทิไตปลา อาหารปักษ์ใต้ อร่อยหอมมัน เข้มข้นครบรส บอกเลยว่าห้ามพลาด

ถ้าหากว่างจากการทานเมนูแสนอร่อย แอดขอแนะนำ เว็บแทงบอลราคาดีที่สุด ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ ระหว่างรออาหารย่อยนะคะ

วิธีที่จัดการเศษอาหาร
อาหารทั่วไป

วิธีที่จัดการเศษอาหาร หรือรีไซเคิลเศษอาหารในครัวเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ แบบคุ้มค่า

วิธีที่จัดการเศษอาหาร เมื่อเราพูดถึง Food waste หรือขยะที่เกิดจากอาหาร ถือว่าเป็นหัวข้อที่กำลังถูกยกขึ้นมาให้ความสำคัญอย่างยิ่งในวงการอาหาร ทั้งในระดับใหญ่อย่างอุตสาหกรรม และระดับจุลภาคอย่างร้านอาหารกับบ้านเรือน ซึ่งขยะที่เกิดจากอาหารเหล่านี้โดยส่วนมากแล้วคือเศษอาหารประเภทต่างๆ ซึ่งยังคงมีวิธีที่จะจัดการเศษอาหารเหล่านี้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

วิธีที่จัดการเศษอาหาร

เคล็ดลับ วิธีที่จัดการเศษอาหาร ในบ้านเรือนให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

ทำไมต้องเปลี่ยนเศษอาหาร

                สำหรับคนไทยนั้นอาจยังไม่ค่อยตื่นตัวเรื่อง Food waste มากที่เท่าที่ควร เพราะประเทศเราเป็นเมืองเกษตรกรรมอีกทั้งยังเพาะปลูกง่าย พืชผักราคาถูก ดังนั้นการรณรงค์ในเรื่องนี้จึงมักจะเป็นประเทศทางฝั่งตะวันตก อันที่จริงแล้วในภูมิภาคเอเชียอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี กำลังให้ความสำคัญถึงเรื่องเศษอาหารอย่างมาก และบางส่วนยังถูกนำกลับมาเป็นอาหาร เช่น เปลือกหรือผิวชั้นนอก หากยังไม่ถูกนับว่าเป็น “กากเสีย” ของวัตถุดิบจริงๆ

วิธีที่จัดการเศษอาหาร หรือรีไซเคิลเศษอาหาร

                การเปลี่ยนเศษอาหารให้มีประโยชน์รวมถึงการรีไซเคิลสามารถช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของโลกเราได้อย่างยั่งยืน เพราะไม่ว่าจะเป็นการเกษตร หรือปศุสัตว์ ก็ล้วนผลาญทรัพยากรธรรมชาติไปมหาศาล ดังนั้นจึงได้มีการคิดคุ้นกระบวนการที่จะบริโภคอาหารเหล่านั้นให้คุ้มค่ามากที่สุดนั่นเอง

  • เศษอาหารที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียต่อสิ่งแวดล้อมของเราอย่างมหาศาล
  • เมื่อขยะเปียกจำนวนมากเน่าในหลุมฝังกลบ สิ่งนี้จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทรงพลังออกสู่ชั้นบรรยากาศซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำให้โลกร้อน
  • เศษอาหารเป็นส่วนประกอบสำคัญของปุ๋ยหมักซึ่งเป็นวัสดุอินทรีย์ ช่วยในการฟื้นฟูดิน
 วิธีที่จัดการเศษอาหาร ในบ้านเรือน

วิธีนำเศษอาหารกลับมาใช้ใหม่

  • ผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน

คุณสามารถกำจัดขยะเปียกที่เกิดจากเศษอาหารในครัวเรือนได้ด้วยการผสมมัน แต่ทว่าก่อนที่จะทิ้งไปรวมกัน ควรปั่นโดยใช้เครื่องปั่นอาหารก่อนเพื่อช่วยให้เศษอาหารย่อยสลายได้เร็วขึ้น จากนั้นเทลงในถังขยะขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้โดยเฉพาะ หรือภาชนะอื่นๆ สำหรับการหมักปุ๋ยอินทรีย์ เท่านี้คุณก็จะได้ปุ๋ยน้ำชีวภาพทำเองง่ายๆ สำหรับใช้ดูแลสวนหลังบ้านให้เขียวขจีแล้ว

  • แช่แข็ง

วิธีนี้เหมาะกับเปลือกผัก ก้านผัก หรือกระดูกสัตว์ สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการทำเป็นปุ๋ยหมักเป็นอย่างเดียว คุณสามารถเก็บส่วนของวัตถุดิบนี้ล้างให้สะอาดแล้วแช่แข็งเอาไว้ เพื่อนำไปทำเป็นน้ำซุปผัก น้ำซุปกระดูกต่างๆ ได้ ยังคงได้รับคุณค่าทางอาหารเช่นเดียวกัน น้ำซุปเหล่านี้ยังสามารถเก็บไปใช้ปรุงอาหารอื่นได้ด้วย จากนั้นคุณสามารถแยกกรองทิ้งเฉพาะกากน้ำซุป  

  • ฟาร์มไส้เดือน

วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีสวนหลังบ้าน เพียงแค่เตรียมบริเวณแปลงผัก พรวนดินให้พร้อม แล้วปล่อยไส้เดือนลงไปแปลงละกำ จากนั้นก็สามารถเทเศษอาหารที่ปั่นแล้วของคุณไปในแปรงดินได้โดยตรงเหมือนกับการผสมปุ๋ยทั่วไปโดยไม่ต้องเสียเวลาหมักให้เป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพ

ทั้งหมดก็เป็นเคล็ดลับดี ๆ จากเว็บไซต์ ที่กิน อาหารอร่อย  และข้อมูลดี ๆ ของในการทำอาหารแบบมีความสุข คู่มือ การดูแลเคาน์เตอร์ครัว และการทำความสะอาดให้เป็นประกายเงางามดูใหม่อยู่เสมอ

ถ้าหากว่างจากการศึกษาข้อมูลข่าวสารจากห้องครัวแล้ว แอดขอแนะนำ  gclub5555 ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ คลายเคลียด

การดูแลเคาน์เตอร์ครัว
อาหารทั่วไป

คู่มือ การดูแลเคาน์เตอร์ครัว และการทำความสะอาดให้เป็นประกายเงางามดูใหม่อยู่เสมอ

การดูแลเคาน์เตอร์ครัว วัสดุที่แตกต่างกันต้องใช้วิธีการดูแลทำความสะอาดที่แตกต่างกันเพื่อแก้ไขให้เหมาะสม เคล็ดลับคือการพิจารณาว่าอะไรจะเป็นประโยชน์ต่อพื้นผิวของคุณโดยเฉพาะก่อนที่คุณจะเริ่มทำความสะอาด ไม่สำคัญว่าจะทำจากไม้ หินแกรนิต หินอ่อน คุณเพียงต้องดูแลเคาน์เตอร์ของคุณให้ถูกต้อง เพียงเท่านี้ก็สามารถรักษาความสะอาดให้อยู่ในสภาพที่ดีได้อย่างง่ายดาย

 การดูแลเคาน์เตอร์ครัว 1

เทคนิคที่คุณไม่บ้านต้องรู้เกี่ยวกับ การดูแลเคาน์เตอร์ครัว ของคุณให้ถูกต้อง

  • หินทรายแป้ง (Silestone)

หินทรายแป้งเป็นวัสดุที่เหนียวและแข็งเป็นพิเศษ เนื่องจากทำจากควอตซ์ และมีความยืดหยุ่นของเรซิน จึงสร้างพื้นผิวที่เหมาะสำหรับเคาน์เตอร์ครัว หินทรายแป้งไม่เป็นสนิม ทนต่อรอยขีดข่วน และทนต่อคราบสกปรกที่เกิดจากส่วนผสมที่เป็นกรด น้ำมัน ไวน์ กาแฟ และผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันอื่นๆ แต่ควรเลือกหินแบบเคลือบ เพราะหากไม่เคลือบผิวแล้วเนื้อหินที่ไม่ผ่านการขัดเงามีจะเป็นแหล่งเชื้อโรค ทำความสะอาดยาก เพราะมีส่วนผสมเป็นเรซินจึงต้องความระมัดระวังเรื่องความร้อน อย่างวางหม้อหรือกระทะร้อนจัดลงไป

ขจัดคราบฝังลึก: หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดสารเคมีที่รุนแรง สารฟอกขาว หรือแผ่นใยขัดที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ควรใช้ส่วนผสมของสบู่อ่อนๆ กับน้ำอุ่น หรือน้ำส้มสายชูขาวครึ่งหนึ่งและน้ำเปล่าสำหรับเช็ดทุกวัน

                ยืดอายุการใช้งาน: ควรเคลือบผิวหิน และอย่างปล่อยให้หินเปียกนานๆ ควรเช็ดให้แห้ง

การดูแลเคาน์เตอร์ครัว -สเตนเลสสตีล
  • สเตนเลสสตีล (Stainless Steel)

สเตนเลสสตีลได้รับความนิยมในฐานะตัวเลือกสำหรับเคาน์เตอร์ครัวในร้านอาหารเป็นอย่างสูง มีความเหนียวและทนทานเป็นพิเศษ มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สวยงาม พร้อมประโยชน์มากมาย ทนต่อการไหม้เกรียม และทนต่อความร้อนของกระทะได้ เนื่องจากของเหลวไม่สามารถซึมผ่านพื้นผิวได้ เป็นเคาน์เตอร์ที่ถูกสุขอนามัย แม้ส่วนผสมที่เป็นกรดหรือสารอื่นๆ หกใส่ก็ไม่ทำให้พื้นผิวเสียหายหากเช็ดออกในระยะเวลาที่เหมาะสม

ขจัดคราบฝังลึก: เนื่องจากเคาน์เตอร์สเตนเลสสตีลมักจะไม่มีรอยต่อ จึงไม่มีจุดที่ยุ่งยากในหมักหมมเศษอาหารและสิ่งสกปรก ตราบใดที่ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง คราบสนิมและการกัดกร่อนก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาเช่นกัน สามารถล้างเคาน์เตอร์โดยโรยเบกกิ้งโซดาเล็กน้อย แล้วเช็ดด้วยฟองน้ำนุ่มๆ ชุบน้ำหมาดๆ ล้างออกและเช็ดให้แห้งทันที หลีกเลี่ยงฝอยขัดและสารเคมีกัดกร่อนที่มีฤทธิ์รุนแรง

ยืดอายุการใช้งาน: ทำความสะอาดทุกวันเพื่อไม่ให้หมอง ระวังรอยบุบและรอยขีดข่วน ใช้น้ำยาทำความสะอาดสเตนเลสสตีลโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความแวววาว

การดูแลเคาน์เตอร์ครัว -ไม้ (Wood)
  • ไม้ (Wood)

ไม้เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะโดดเด่น มีพื้นผิวเป็นเอกลักษณ์ ตัดและประดิษฐ์ได้ง่าย แต่ก็มีข้อด้อยในการรักษา เนื่องจากไม้ดูแลรักษายาก จุกจิก ไม่ทนต่อความเปียกชื้น ความร้อน ไปจนเกิดคราบอาหารฝังลึกได้ง่ายมาก อีกทั้งไม้ยังกลายเป็นแหล่งหมักหมมแบคทีเรียได้ง่ายมาก แต่ถึงอย่างนั้นผู้คนก็ยังนิยมเครื่องครัวจากไม้ เพราะให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ตกแต่งได้หลากหลายสไตล์ ดังนั้นเพื่อความง่ายในการดูแลจึงต้องใช้โลหะ กระเบื้อง เรซิน แก้ว หรืออื่นๆ ในการเคลือบผิวเคาน์เตอร์ไม้

ขจัดคราบฝังลึก: ถูทุกวันด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ และผ้านุ่มๆ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งเสมอ สำหรับการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ ให้ใช้เบกกิ้งโซดาและน้ำเปล่าเช็ดถู

ยืดอายุการใช้งาน:การล้างสิ่งที่หกลงบนเคาน์เตอร์ไม้ออกอย่างรวดเร็ว จะช่วยป้องกันคราบสกปรก และทำให้พื้นผิวดูดีเป็นเวลาหลายปี และควรเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อชนิดอ่อนสำหรับไม้โดยเฉพาะ หรือให้ใช้น้ำส้มสายชูหรือทีทรีออยล์ เช็ดเคลือบผิวด้านบนให้สัปดาห์ละครั้ง

การดูแลเคาน์เตอร์ครัว -คอนกรีต
  • คอนกรีต (Concrete)

เคาน์เตอร์คอนกรีตมักมาพร้อมกับห้องครัวสไตล์ลอฟต์ ทำจากปูนและทรายเป็นหลัก สามารถหล่อได้เกือบทุกรูปร่างหรือทุกขนาด มีหลายสีให้เลือกไม่จำกัด แต่คอนกรีตสามารถเสื่อมสภาพได้ง่ายเช่นกัน แม้ทนความร้อนได้ดี ทว่าควรหลีกเลี่ยงการวางหม้อหรือกระทะร้อนบนพื้นผิว เนื่องจากความร้อนอาจทำให้ผิวหลุดออกแล้วบิ่นกลายเป็นหลุม คอนกรีตมีรูพรุนและเกิดคราบได้ง่าย จึงควรใช้น้ำยาเคลือบพื้นผิว และส่วนผสมที่เป็นกรดอื่นๆ ก็สามารถกัดผิวคอนกรีตได้เช่นกัน ควรรีบเช็ดออกเมื่อหกใส่ทันที

ขจัดคราบฝังลึก: น้ำสบู่อุ่นผสมผงซักฟอกอ่อนๆ และฟองน้ำนุ่มๆ ก็เพียงพอสำหรับใช้ทำความสะอาดคอนกรีต หากมีคราบแน่นให้ฉีดน้ำยาขจัดคราบซักผ้าลงบนบริเวณนั้นสัก 5 นาที แล้วโรยด้วยผงซักฟอกเพื่อถูเบาๆ ล้างออกด้วยน้ำและเช็ดความชื้นส่วนเกินออก หลีกเลี่ยงการใช้น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว ตลอดจนสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนบนเคาน์เตอร์คอนกรีต

ยืดอายุการใช้งาน: เคลือบด้วยแว็กซ์เพื่อรักษาสีและพื้นผิวของคอนกรีต

ทั้งหมดก็เป็นเคล็ดลับดี ๆ จากเว็บไซต์ อาหารเด็ด และข้อมูลดี ๆ ของ คู่มือ การทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว ของคุณให้เป็นประกายเงางามอยู่เสมอ

ถ้าหากว่างจากการศึกษาข้อมูลข่าวสารจากห้องครัวแล้ว แอดขอแนะนำ  สล็อตคิงคอง ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ คลายเคลียด

การทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว-หินอ่อน
เคล็ดลับการทำอาหาร

คู่มือ การทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว ของคุณให้เป็นประกายเงางามอยู่เสมอ

การทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว เนื่องจากเคาน์เตอร์ครัวทำมาจากวัสดุมากมายและมีวิธีการดูแลรักษาที่ทั้งถูก (และผิด) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัวอย่างถูกต้อง เพราะวัสดุที่ใช้สำหรับพื้นผิวเคาน์เตอร์ทุกชนิดมีข้อดีข้อเสียของตัวเอง และวัสดุบางชนิดยังสามารถสึกหรอไปได้หากดูแลไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามควรทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัวเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะทำจากไม้ลามิเนต หิน ไม้แท้ หรือกระเบื้อง การทำความสะอาดและบำรุงรักษาเป็นประจำจะช่วยปกป้องและยืดอายุการใช้งาน

การทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว

เคล็ดลับที่คุณแม่บ้านไม่ควรพลาดกับ การทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว

  • ลามิเนต (Laminate)

เนื่องจากมีราคาไม่แพงและยังมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดง่าย ลามิเนตจึงยังคงได้รับความนิยมในฐานะวัสดุที่ทนทานและน่าสนใจสำหรับเคาน์เตอร์ครัว โดยพื้นฐานแล้วลามิเนตเกิดจากกระดาษแข็ง เรซิน และเมลามีน ดูแลง่ายด้วยการขัดฟองน้ำ ใช้สบู่อ่อนๆ ล้าง ทั้งน้ำยาล้างจาน และน้ำยาล้างเคาน์เตอร์ครัวโดยเฉพาะ รวมถึงสารล้าง DIY ที่เป็นกรดเล็กน้อย เช่น น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู หรือสารฟอกขาว อย่างไรก็ตามข้อเสียของลามิเนตคือ ไวต่อการไหม้เกรียมจากการสัมผัสกับหม้อและกระทะร้อน ดังนั้นไม่ควรนำของร้อนมาวางทับไว้

ขจัดคราบฝังลึก: สำหรับคราบให้ใช้เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูโดยถูเบาๆ บริเวณคราบฝังลึก หลีกเลี่ยงการใช้ฝอยเหล็กหรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนบนลามิเนต เพราะจะทำให้พื้นผิวเป็นรอย

                ยืดอายุการใช้งาน: เพื่อช่วยป้องกันการเกิดคราบและรอยขีดข่วนบนพื้นผิวการใช้แว็กซ์ผลไม้หรือน้ำมันมะพร้าวทุก 3-4 เดือน จะช่วยป้องกันพื้นผิวให้แวววาวเหมือนใหม่ได้

การทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว หินแกรนิต (Granite)
  • หินแกรนิต (Granite)

หินแกรนิตเป็นหินอัคนีที่ทำจากแร่ซิลิเกต ด้วยคุณสมบัติที่สวยงามและเป็นธรรมชาติของหิน หินแกรนิตจึงเป็นวัสดุที่แข็งแรงและทนทานอย่างยอดเยี่ยมสำหรับเคาน์เตอร์ครัว อีกทั้งยังต้องการการดูแลรักษาน้อยมาก และสามารถทนต่อความร้อนของเครื่องครัวที่ร้อนได้โดยไม่ทำให้พื้นผิวไหม้เกรียม หินแกรนิตเป็นทางเลือกที่ถูกสุขอนามัยอย่างยิ่งสำหรับห้องครัว เนื่องจากลักษณะที่ไม่เป็นสนิม ทำให้ทนต่อการสะสมของความชื้นได้สูง และไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย อย่างไรก็ตามหินแกรนิตสามารถแตกร้าวได้หากของมีคมหล่นลงบนผิวของมัน นอกจากนี้ยังดูดซับน้ำมันได้อย่างรวดเร็วและหินแกรนิตเฉดสีที่อ่อนจะเกิดคราบได้ง่ายกว่าสีเข้ม

ขจัดคราบฝังลึก: น้ำยาทำความสะอาดที่มีค่า pH เป็นกลาง เหมาะที่สุดสำหรับหินแกรนิต ใช้เพียงฟองน้ำหรือผ้าขนหนูถู ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาทำความสะอาดจากธรรมชาติที่มีกรด ซึ่งรวมถึงน้ำส้มสายชู น้ำยาล้างจาน น้ำมะนาว แอมโมเนีย สารฟอกขาว หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

                ยืดอายุการใช้งาน: ทำความสะอาดทุกวันก็เพียงพอ ไม่ควรปล่อยให้เกิดคราบหมักหมมเพราะจะทำให้ผิวหินด้านและสีหมอง

การทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว-หินอ่อน
  • หินอ่อน (Marble)

หินอ่อนที่หรูหราและชวนฝัน เป็นหินอีกชนิดหนึ่งที่นำเสนอความหรูหราของห้องครัว มีส่วนประกอบเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตโดยส่วนใหญ่ ซึ่งหมายความว่ามีลักษณะเป็นรูพรุน ไม่ว่าจะเคลือบผิวแบบด้านหรือวาว ควรใช้เครื่องซีลหินแบบเจาะทะลุเพื่อป้องกันการดูดซึมของเหลวและน้ำมัน หินอ่อนมีความทนทานมาก และทนต่อการไหม้เกรียมตามธรรมชาติ แต่ไม่แข็งเท่าหินแกรนิต อีกทั้งมีความไวต่ออาหารและสารเคมีบางประเภทซึ่งอาจนำไปสู่การถูกกัดกร่อนหรือการหมองคล้ำ

ขจัดคราบฝังลึก: หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมที่เป็นกรดหรือกัดกร่อนคล้ายกับหินแกรนิต รวมถึงใยขัด ใช้เพียงฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดก็เพียงพอ

                ยืดอายุการใช้งาน: หินอ่อนไวต่อสิ่งที่เป็นกรด เช่น ไวน์ น้ำผลไม้ น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว น้ำมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ กาแฟ ชาและสารที่มีฤทธิ์คล้ายคลึงกัน จำเป็นต้องเช็ดออกทันที ส่วนน้ำมันและแว็กซ์มีแนวโน้มที่จะทำให้หินอ่อนเปลี่ยนสี แม้แต่จานเปียกที่วางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ก็จะทิ้งรอยน้ำไว้ถาวร ดังนั้นจงขยันในการเช็ดสิ่งที่หกโดยด่วน หากคุณต้องการรักษาความสวยงามของหินอ่อนก็ให้เคลือบผิวไปเลย

สามารถกดติดตาม ที่กิน อาหารอร่อย และเคล็ดลับดี ๆ สำหรับคุณแม่บ้าน 5 กลิ่นหอมจากธรรมชาติ แบบโฮมเมดดับกลิ่นเพิ่มความสดชื่นสำหรับในห้องครัวหมดปัญหากลิ่นอาหาร

ถ้าหากว่างจากการเข้าครัวเรียบร้อยแล้ว แอดขอแนะนำ    bslot89 ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ ระหว่างรออาหารย่อยนะคะ

วิธีเก็บรักษาอินทผลัม
อาหารทั่วไป เคล็ดลับการทำอาหาร

วิธีเก็บรักษาอินทผลัม ให้อยู่นานพร้อมสำหรับนำมาปรุงอาหารและขนม

วิธีเก็บรักษาอินทผลัม ความนิยมในการใช้อินทผลัมเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคเป็นประจำ และกลุ่มผู้รักสุขภาพซึ่งกำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยตัวอินทผลัมเองนั้นยังเป็นผลไม้ทะเลทรายซึ่งมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หาซื้อได้ง่ายในประเทศไทยและมีราคาที่จัดว่าไม่แพงจนเกินไปด้วย ทำให้ผลไม้ชนิดนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้มากมาย ทั้งในอาหารและเครื่องดื่ม ที่เราคุ้นเคยกันที่สุดคืออินทผลัมอบแห้งซึ่งมีวิธีการเก็บรักษาที่ไม่ยากเนื่องจากส่วนประกอบหลักในอินทผลัมคือน้ำตาลผลไม้ ทำให้อินทผลัมสามารถเก็บไว้ได้นานมาก ยืดอายุได้อีกนานด้วย โดยสูญเสียรสชาติและเนื้อสัมผัสไปเล็กน้อย แต่ก็ยังอร่อยได้แน่นอน

วิธีเก็บรักษาอินทผลัม

3 วิธีเก็บรักษาอินทผลัม หรือการถนอมอินทผลัมไว้ทานได้แบบนาน ๆ

พันธุ์อินทผลัมที่พบมากที่สุดคือ Medjool และ Deglet Noor คุณอาจพบประเภทอื่นๆ เช่น Barhi, Honey, Thoory และ Zahidi โดยปกติแล้วการจะเลือกว่าอินทผลัมนั้นเหมาะกับอาหารคาวหรือหวาน คุณควรทำการชิมรสก่อน หากเนื้อพันธุ์นั้นมีความหวานชุ่มคอควรใช้ในการทำเครื่องดื่มและขนมหวาน ในขณะที่พันธุ์ที่เนื้อร่วนแห้งกว่า หวานปานกลาง เหมาะสำหรับรับประทานเลย หรืออาจใส่ลงในสลัด หรืออาหารคาวอื่นๆ

วิธีเก็บรักษาอินทผลัม หรือการถนอมอินทผลัม
  • แช้ตู้เย็น

อินทผลัมแห้งมีรสหวานและแห้งสนิทอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือหาภาชนะพลาสติกที่มีฝาปิดสนิทมาใส่พวกมันไว้ในตู้เย็นช่องปกติ โดยควรรับประทานให้หมดภายใน 1-2 เดือน หากเอาใส่ไว้ในช่องแช่แข็งก็จะอยู่ได้นานถึง 3เดือน

  • ละลายแล้วควรกินให้หมด

หากคุณได้นำอินทผลัมเข้าช่องแช่แข็ง เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้งานควรเปลี่ยนเอาบางส่วนที่จะใช้มาแช่ในตู้เย็นช่องปกติประมาณ 2-3 วันล่วงหน้าก่อนใช้งาน จะช่วยทำให้รสชาติดรอปลงไม่มาก ดีกว่าจะนำไปอุ่นในไมโครเวฟ จากนั้นเมื่อเอาออกมาใช้แล้วคุณควรใช้ให้หมดหรือกินให้หมด อย่าเอากลับไปแช่ช่องแข็งอีก

หากคุณลืมเตรียมการล่วงหน้า ให้แบ่งอินทผลัมออกมาแช่ในชามน้ำร้อนสุดสัก 2-3 ชั่วโมง คุณก็จะได้อินทผลัมเนื้อเหนียวนุ่มดังเดิม แต่วิธีนี้จะดรอปรสหวานของอินทผลัมลงเล็กน้อย

วิธีเก็บรักษาอินทผลัม เก็บไว้ในตู้กับข้าว
  • เก็บไว้ในตู้กับข้าว

กรณีที่คุณตัดสินใจเก็บรักษาอินทผลัมไว้ที่อุณหภูมิห้องควรเปลี่ยนมาใส่เป็นชนะแก้วที่มีฝาปิดสนิทเพื่อป้องกันมดและแมลงตามกลิ่นหวานๆ มา จากนั้นก็ดันไปไว้ข้างในสุดของตู้กับข้าว ไม่ต้องให้โดนแสงแดด สามารถเก็บไว้ได้นาน 2-3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนถ้าอินทผลัมเนื้อแห้งไม่ฉ่ำมาก

อินทผลัมเป็นผลไม้รสหวานและให้พลังงาน จึงเป็นอีกอาหารทางเลือกที่ดีกว่าน้ำตาลแปรรูปของคนที่ดูแลสุขภาพ ทั้งยังมีไฟเบอร์ซึ่งทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลเหล่านั้นได้ช้าลง ป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงมากจนเกินไป ในฐานะวัตถุดิบธรรมชาติ อินทผลัมก็ยังมีรสชาติอร่อย นำไปประยุกต์ได้หลากหลายทั้งแบบร้อนและเย็น ทั้งหวานและคาว น่าลองอย่างยิ่งสำหรับเมนูอาหารจานเด็ดของคุณ!

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารแสนอร่อยและเมนูน่าทาน อย่าลืมกดติดตาม ที่กิน อาหารอร่อย และเคล็ดดี ๆ ของการ การถนอมอาหาร ในอาหารแต่ละประเภทสามารถเก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้นานแค่ไหน ?

ถ้าหากว่างจากการทานเมนูแสนอร่อย แอดขอแนะนำ  pg slot true wallet ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ

น้ำมันเมล็ดองุ่น
อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารไทย เคล็ดลับการทำอาหาร

7 วิธีที่ดีที่สุดในการใช้ น้ำมันเมล็ดองุ่น ปรุงอาหารแสนอร่อยและดีต่อสุขภาพ

น้ำมันเมล็ดองุ่น นับว่าเป็นน้ำมันชนิดที่ค่อนข้าง “ใหม่” สำหรับครัวไทย แต่ใครที่รับประทานคลีนหรืออาหารเพื่อสุขภาพมาก่อนแล้วก็จะรู้สึกคุ้นชินอยู่บ้าง มีวิธีการใช้งานที่ยอดเยี่ยมมากมายโดยใช้น้ำมันเมล็ดองุ่นนี้ แน่นอนว่ามันกลั่นมาจากเมล็ดองุ่นจริงๆ อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการ

น้ำมันเมล็ดองุ่น

รู้หรือไม่? น้ำมันเมล็ดองุ่น สามารถทำอาหารอะไรได้บ้างนะ

รู้หรือไม่?

องุ่น 1 ตัน = น้ำมันเมล็ดองุ่น 1 ขวด

  • ผัด

จุดเด่นของน้ำมันเมล็ดองุ่นคือความใส สะอาด อีกทั้งเป็นน้ำมันที่มีรสชาติค่อนข้างเบา เมื่อนำมาปรุงอาหารแล้วก็จะให้ความรู้สึกสดใหม่เป็นอย่างมากโดยเฉพาะผัดผัก ซึ่งน้ำมันองุ่นแทบจะไม่รบกวนรสชาติของผักเลย สามารถทำให้คุณได้ลิ้มรสผักสดกรอบอย่างเต็มที่ น้ำมันนี้มี Smokig point ค่อนข้างสูงราว 420°F ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อยหากคุณอยากใช้กระทะเหล็กในการผัด หรือลองทำผัดผักไฟแดง

น้ำมันเมล็ดองุ่น สามารถทำอาหารอะไรได้บ้าง
  • ทอด

จากที่เรากล่าวไปในข้อที่แล้วว่า Smoking point ของน้ำมันเมล็ดองุ่นค่อนข้างสูง ดังนั้นแม้แต่งานทอดไม่ว่าจะทอดเบาๆ หรือทอดแบบกรอบๆ Deep fried ก็ไหวแน่นอน เพราะความทนความร้อนนี้หากใครอยากรับประทานเมนูทอดที่ยังคงความเฮลตี้ก็ไม่ต้องกังวลเลย ไม่ว่าจะเป็นปลาทอด ไก่ทอด เทมปุระ หรืออื่นๆ ก็อร่อยไม่อมน้ำมัน

  • ซอเต้ (Sauté)

ซอเต้เป็นวิธีที่คล้ายกับการผัด แต่จะมีความจำเพาะเจาะจงมากกว่า โดยต้องใช้กระทะแบนและใส่น้ำมันน้อยมากแค่เคลือบกระทะ หรือเอาน้ำมันทาจนแทบจะเป็น Dry-heat สำหรับคนรักสุขภาพที่ต้องการรับประทานไขมันชนิดที่ดีในการทำอาหารคลีน นี่คือคำตอบ

  • จี่ (Sear)

อยากจี่เนื้อบนกระทะให้เพียงผิวนอกสุกหอม แต่ไม่อยากให้น้ำมันหรือไขมันที่มีกลิ่นแรงรบกวนรสชาติเนื้อของคุณ ลองน้ำมันเมล็ดองุ่นได้เลย น้ำมันชนิดนี้มีเนื้อที่เบามาก และทนความร้อนในการจี่ได้ อีกทั้งยังช่วยให้ผิวรอบนอกของเนื้อกรอบๆ เกรียมเล็กน้อยแบบที่ต่างไปจากเนยด้วยนะ ไม่ว่าคุณจะแบบไหนก็จะได้สีน้ำตาลคาราเมลที่สมบูรณ์แบบแน่นอน

น้ำมันเมล็ดองุ่น ปรุงอาหารแสนอร่อย
  • ย่าง

ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่าง ปลาย่าง หรือซีฟู้ดย่าง กล่าวได้ว่าอาหารย่างทุกอย่างก็ต้องการน้ำมันในการเคลือบทา ผสมในซอสบาร์บีคิว สำหรับน้ำมันองุ่นนี้คุณสามารถใช้ทาได้ทั้งการย่างบนเตาย่างไฟฟ้า รวมถึงเตาถ่านด้วย เพราะน้ำมันสามารถทนความร้อนโดยตรงจากถ่านได้

  • น้ำสลัด

มีน้ำมันดีอยู่ในมือแล้วไม่ลองทำเป็นน้ำสลัดก็คงเสียของ รสชาติของน้ำสลัดที่ได้จากน้ำมันเมล็ดองุ่นจะมีรสชาติที่สดชื่น เป็นน้ำสลัดแบบโลว์แคลอรี เข้ากันได้ดีหากคุณจะลองปรับสูตรไปผสมกับน้ำส้มสายชูบัลซามิก มัสตาร์ดดิจอง หรือน้ำผึ้ง และยังแต่งกลิ่นสมุนไพรได้ดีด้วย

  • นาบผัก

กำลังมองหาน้ำมันนาบผักเหมาะใช่มั้ย คุณอาจพบว่าเวลาที่ย่างผักหรือนาบผักเมื่อใช้น้ำมันทั่วไปแล้วผิวผักจะมันเลื่อมจนเกินไปทำให้รู้สึกว่ามีรสชาติหนัก ลองเปลี่ยนเป็นน้ำมันเมล็ดองุ่นดูสิ  

นอกจากนี้ยังมีรสชาติที่หลากหลายซึ่งเหมาะสำหรับการสร้างสรรค์ด้วยน้ำมันเมล็ดองุ่น อะไรก็ตามที่จินตนาการของคุณคิดออก น้ำมันชนิดนี้ช่วยเพิ่มทางเลิกในการปรุงอาหารของคุณให้หลากหลาย ทั้งยังดีต่อสุขภาพมากๆ อีกด้วย

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารแสนอร่อยและเมนูน่าทาน อย่าลืมกดติดตาม ที่กิน อาหารอร่อย และเคล็ดการทำอาหาร ด้วย หม้อทอดไร้น้ำมัน ที่คุณเองก็สามารถทำที่บ้านได้

ถ้าหากว่างจากการทานเมนูแสนอร่อย แอดขอแนะนำ Gclub5555 ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ ระหว่างรออาหารย่อยนะคะ

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ
อาหารทั่วไป

5 กลิ่นหอมจากธรรมชาติ แบบโฮมเมดดับกลิ่นเพิ่มความสดชื่นสำหรับในห้องครัวหมดปัญหากลิ่นอาหาร

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ นอกจากความสะอาดภายในห้องครัวแล้ว กลิ่นอับและหืนที่เกิดจากการทำอาหารบ่อยๆ ก็สามารถสร้างความไม่ชอบใจให้กับคนในบ้านเช่นเดียวกัน เพราะกว่าจะเป็นอาหารปรุงสุกหอมฉุยเราก็ยังต้องพบกับกลิ่นคาวจากของสดต่างๆ กลิ่นน้ำมัน กลิ่นอาหารหมักดอง กระทั่งของเสียเก่าเก็บในตู้เย็น…ถ้าคุณไม่อยากใช้น้ำยาปรับอากาศ ลองดูกลิ่นหอมจากธรรมชาติแบบโฮมเมด

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ 1

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ 5 อย่าง เพิ่มกลิ่นหอมจากเครื่องเทศ สมุนไพร และผลไม้

  • เครื่องเทศและเปลือกส้ม

เพิ่มความสดชื่นให้กับอากาศที่อับด้วยการเคี่ยวเครื่องเทศและเปลือกส้ม เพียงใส่น้ำในหม้อขนาดใหญ่ กานพลู ¼ ถ้วย ลูกจันทน์เทศ 4 ลูก ซินนามอน 6 แท่ง และเปลือกส้ม 2 ลูก ต้มจนเดือดแล้วอุ่นไฟอ่อนเคี่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ห้องครัวมีกลิ่นหอมของส้มและเครื่องเทศ พอปิดไฟแล้วก็ทิ้งไว้จนเย็น ค่อยบรรจุขวดสเปรย์ คุณได้ใช้ประโยชน์ 2 สเต็ป โดยสเต็ปแรกกลิ่นตอนเคี่ยวจะทำให้ทั้งครัวหอม สเต็ปที่สองก็เอาไว้ฉีดสเปรย์ในห้องอื่นๆ แช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้หลายสัปดาห์

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ สมุนไพรและผลไม้ 2
  • สมุนไพรและผลไม้

สูตรนี้มีกลิ่นที่โปร่งกว่าสูตรแรก เพียงคุณเติมน้ำลงในหม้อต้มแล้วนำโรสแมรี ไทม์ ใบกระวาน สะระแหน่ ลงตามชอบ เคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นจึงค่อยเพิ่มกลิ่นผลไม้ลงไป จะมากหรือน้อยก็ได้ เช่น แอปเปิล ลูกแพร์ แครนเบอร์รี่ เป็นต้น สูตรนี้จะให้กลิ่นหอมหวานเบาๆ

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ เกลือและเบกกิ้งโซดา
  • เกลือและเบกกิ้งโซดา

สูตรเกลือและเบกกิ้งโซดาได้ผลชะงัดในการดับกลิ่นท่อน้ำทิ้ง ซึ่งวิธีการทำก็ง่ายมาก เพียงเทเกลือสินเธาว์ 1 ถ้วยลงไปในท่อระบายน้ำจุดที่คุณต้องการ อาจเป็นอ่างล้างจาน จากนั้นเทเบกกิ้งโซดาตามลงไปอีก 1 ถ้วย จากนั้นก็เพียงปล่อยให้ส่วนผสมเหล่านั้นได้ทำปฏิกิริยา โดยเกลือสินเธาว์และเบกกิ้งโซดาจะกลายเป็นฟองโซเดียมไบคาร์บอเนต ระหว่างนั้นคุณก็ต้มน้ำ พอเดือดปุดๆ แล้วจึงเทตามลงท่อไปเพื่อช่วยล้างคราบสกปรกฝังลึก

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ กลิ่นเลมอน
  • กลิ่นเลมอน

กลิ่นเลมอนเปรี้ยวๆ สร้างความสดชื่นและรู้สึกสะอาดให้กับอุปกรณ์ทำอาหารที่ทำความสะอาดยากได้อย่างทันควันแม้ว่าคุณจะไม่พึ่งพาส่วนผสมใดเลยก็ตาม เลมอน รวมถึงพืชตระกูลมะนาวช่วยขจัดกลิ่นคาวได้ เพียงแค่ใช้เลมอน 2 ผล จากนั้นก็ทำการผ่าพวกมันออกเป็น 2 หรือ 4 ซีก แล้วนำไปวางบนแผ่นฟอยล์หรือถาดอบ จากนั้นนำเข้าเตาอบ อบทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 250 °F ประมาณ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นปิดไฟ แล้วให้ทิ้งเลมอนไว้บนถาด เปิดประตูเตาอบ และปล่อยให้กลิ่นหอมกระจายตัวต่อไปจนกว่าเตาจะเย็น เท่านี้ก็ขจัดกลิ่นอับในเตาอบได้แล้ว

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ -บอแรกซ์ดับกลิ่นถังขยะ
  • บอแรกซ์ดับกลิ่นถังขยะ

เราคุ้นหูกับชื่อบอแรกซ์ในฐานะส่วนผสมเคมีที่ทำให้ลูกชิ้นนุ่มเด้ง แต่อีกหนึ่งคุณสมบัติของบอแรกซ์คือการดูดซับกลิ่น ในดับกลิ่นถังขยะควรทำเดือนละครั้ง (ไม่ว่าจะเป็นถังขยะในบ้านหรือนอกบ้านหลังจากล้างแล้ว) ให้เติมบอแรกซ์ ¼ ถ้วยและน้ำร้อน 2 ลิตร (น้ำต้องร้อนอยู่แล้วค่อยมาผสม อย่าเอาบอแรกซ์ไปต้มนะ) จากนั้นเทน้ำผสมบอแรกซ์ลงในถังขยะ กลิ้งให้ทั่วถังทั้งด้านในด้านนอกแล้วเทน้ำนั้นทิ้ง ผึ่งถังขยะให้แห้ง เมื่อถังขยะแห้งแล้วให้โรยบอแรกซ์ที่ก้นถังบางๆ เพื่อป้องกันกลิ่น

กลิ่นหอมสดชื่นในห้องครัวไม่เพียงแต่ทำให้ห้องรู้สึกสะอาด แต่ยังช่วยปรับอารมณ์ได้ดีอีกด้วย ลองใช้สิ่งเหล่านี้ในห้องครัวของคุณเอง และทดลองกับกลิ่นที่คุณชื่นชอบจากเครื่องเทศ สมุนไพร และผลไม้ เป็นเรื่องสนุกที่ห้องครัวของคุณจะมีกลิ่นหอมหลากหลายแบบซึ่งคุณได้ลองทำด้วยตัวเอง

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารแสนอร่อยและเมนูน่าทาน อย่าลืมกดติดตาม อาหารเด็ด และเคล็ดลับ วิธีการดูแลกระทะเหล็ก ให้อยู่คู่ครัวบอกเลยว่าคุณแม่บ้านไม่ควรพลาดเด็ดขาด

ถ้าหากว่างจากการทานเมนูแสนอร่อย แอดขอแนะนำ SA Gaming 1688 ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ ระหว่างรออาหารย่อยนะคะ

การปรุงกุ้งมังกร
อาหารทั่วไป อาหารรสเด็ด เคล็ดลับการทำอาหาร

วิธีสุดเด็ดใน การปรุงกุ้งมังกร และการทำเมนูกุ้ง รวมทุกเรื่องของกุ้งสุดแพงนี้ที่คุณควรรู้!

การปรุงกุ้งมังกร กุ้งมังกรมีรสชาติที่ยอดเยี่ยม และเนื้อสัมผัสที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังทำง่ายจนไม่ควรสงวนไว้เฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น ไม่ว่าในโอกาสใด คุณก็สามารถเปลี่ยนอาหารประจำวันให้เป็นประสบการณ์อาหารรสเลิศได้!

การปรุงกุ้งมังกร-การย่างหรืออบ

4 วิธียอดนิยม การปรุงกุ้งมังกร ยอดนิยมให้เนื้อกุ้งสดน่าทานคงความอร่อยไว้

  1. การต้ม

เมื่อคุณต้องการนำเสนอกุ้งมังกรทั้งตัวสำหรับมื้อเย็น การต้มเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้เนื้อสุกเร็วและหลุดออกจากเปลือกได้ง่าย

วิธีทำ

  • เติมน้ำลงในหม้อใบใหญ่ให้ท่วมกุ้งมังกรแล้วนำไปต้ม
  • กะปริมาณว่าใส่เกลือ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตรที่ใช้ (ใช้น้ำเท่าไรก็ใส่เกลือไปตามนั้น)
  • ต้มกุ้งมังกรจนน้ำเดือดและอย่าปิดฝา จะใช้เวลาประมาณ 8 นาที สำหรับกุ้งขนาด 4-5 ขีดต่อตัว
  • กุ้งมังกรที่สุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีอมแดง ลองดึงหนวดกุ้งดูจะพบว่าหลุดง่าย
  • นำกุ้งมังกรที่สุกแล้วออกมาแช่อ่างน้ำแข็งเพื่อหยุดการสุก ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
การปรุงกุ้งมังกร ยอดนิยมให้เนื้อกุ้งสด
  • การย่างหรืออบ เป็นอีกหนึ่งวิธีการในการทำกุ้งมังกรที่ได้รับความนิยม ซึ่งถ้าคุณนำกุ้งขึ้นเตาย่างจะสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงเมื่อสุกของกุ้งได้ง่ายกว่าการย่างในเตาอบ อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความถนัด

วิธีทำ

  • ย่างไฟให้ร้อนปานกลาง หากเอาเข้าเตาอบอุณหภูมิควรอยู่ที่ 350-400°F
  • หากหางกุ้งมังกรของคุณมีขนาดใหญ่มาก คุณอาจต้องต้มก่อนประมาณ 5 นาที จากนั้นจุ่มลงในอ่างน้ำแข็งจนเย็น แล้วค่อยนำมาย่างต่อ
  • ทาเนยสมุนไพร น้ำมัน หรือน้ำหมัก ให้ทั่วตัวกุ้งมังกร โดยแงะเปลือกออกเล็กน้อยเพื่อให้รสชาติได้ไหลซึมเข้าไปในเนื้อ
  • ย่างจนเนื้อกุ้งเป็นสีขาวและเปลือกเป็นสีแดงประมาณ 4-5 นาที (กุ้งต้มแล้วหยุดตรงนี้ ถ้ากุ้งยังไม่ต้มค่อยไปต่อ)
  • พลิกและย่างต่อไปจนเนื้อขุ่นประมาณ 2-4 นาที หรืออาจเร็วกว่านั้นหากคุณชอบเนื้อกุ้งกึ่งดิบ
  • การนึ่งการนึ่งเป็นวิธีดั้งเดิม และค่อนข้างแพร่หลายทีเดียวสำหรับคนไทย เรามักจะนึ่งทุกอย่าง กุ้ง หอย ปู เพราะทำได้ง่าย

วิธีทำ

  • เติมน้ำทะเลเค็มหรือน้ำเกลือในหม้อใบใหญ่ประมาณ 2 ข้อนิ้วในชั้นล่างสุดของซึ้งนึ่ง
  • วางสมุนไพรรองบนซึ้งชั้นบนให้ปิดรูบางส่วน เช่น ตะไคร้ กะเพรา ใบมะกรูด หรืออื่ๆ ตามชอบ
  • เรียงกุ้งมังกรลงไป อย่าอัดกันจนแน่นเกินไป
  • ปิดฝาหม้อแล้วนึ่งไฟปานกลางไปเรื่อยๆ สำหรับตัวขนาด 4-5 ขีดใช้เวลาประมาณ 10 นาที หากตัวใหญ่กว่านั้นให้เช็คกุ้งเรื่อยๆ นึ่งเพิ่มทีละ 2 นาน
การปรุงกุ้งมังกร
  • การตุ๋นเนยการตุ๋นเนย (Poached) ไม่เหมือนทั้งการตุ๋นและการต้ม ให้สัมผัสของเนื้อกุ้งที่ต่างกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอะไรที่ลวกในเนยล้วนได้รสชาติที่ดี

วิธีทำ

  • แยกหัวกุ้งออกจากตัวโดยเอาหัวที่สุกยากลงต้มในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที ส่วนตัวกุ้งลวกน้ำเดือด 2 นาที จากนั้นวางในน้ำแข็งเพื่อให้หยุดสุก
  • ใส่น้ำลงในกระทะแบน 1 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวให้เริ่มร้อน จากนั้นใส่เนยลงไป 1 แท่ง เพื่อให้ค่อยๆ ละลายเข้ากัน จะได้ไม่กระเด็น
  • ใส่เนื้อกุ้งมังกรที่ลวกเกือบสุกแล้วลงในกระทะ แล้วค่อยๆ ตุ๋นในเนยเป็นเวลา 5 นาที พลิกไปมาด้วย เมื่อเห็นว่าเนื้อกุ้งสุกกลายเป็นสีขาวขุ่นก็ใช้ได้

 สามารถกดติดตาม การทำเมนูอาหารแสนอร่อย ได้ที่ อาหารเด็ด
เคล็ดลับการทำอาหารแบบง่าย ๆ วิธีสูตรเด็ดใน การปรุงกุ้งมังกรและทุกเรื่องของกุ้งสุดแพงนี้ที่คุณควรรู้!

ถ้าหากว่างจากการทานเมนูแสนอร่อยแล้ว แอดขอแนะนำ  Jokerสล็อต777 ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ ระหว่างรออาหารย่อยนะคะ